http://www.dld.go.th/expert/knowledge/Research_Writing.htm
ได้รวบรวมแล้วกล่าวไว้ว่า
คือคำต่างๆที่ต้องการให้เครื่องมือการค้นหา(search engine)ตรวจพบในอินเทอร์เน็ต เครื่องมือจะค้นหาจากชื่อเว็บไซต์(
website title) คำสำคัญ
และ ส่วนต้นของเนื้อหา ตามลำดับ ดังนั้นควรเขียนคำสำคัญไว้ในทั้งสามส่วน
ความยาวของคำสำคัญเมื่อรวมกับเครื่องหมายจุลภาค(,)และช่องว่างแล้วไม่ควรมากกว่า
1,000 ตัวอักษร โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 3 ถึง 6 คำ ตัวอย่างคำแนะนำการหาคำสำคัญในเว็บไซต์มีดังนี้
· ให้ใช้คำที่คิดว่าผู้อ่านจะเลือกเป็นคำสำหรับค้นหา
· ควรครอบคลุมทั้งคำที่ใช้กันทั่วไป เช่น
resaerch และคำศัพท์เฉพาะสาขาวิชาการ
เช่น inbreeding
· ในภาษาอังกฤษควรให้อยู่ในรูปพหูพจน์(เติม
s) เพราะจะครอบคลุมทั้งเมื่อผู้ค้นหาใช้คำเอกพจน์และพหูพจน์
· ใช้เป็นกลุ่มคำ เช่น animal breeding หรือ
animal nutrition มากกว่าคำเดี่ยว
เช่น breeding
· ให้คำที่มีความสำคัญมากที่สุดอยู่ข้างหน้า
เพราะเครื่องมือบางชนิดจะให้ความสำคัญแก่คำที่เจอก่อน
· ในภาษาอังกฤษ บางเครื่องมือจะจำแนกอักษรตัวเล็กใหญ่ตามที่ผู้สืบค้นระบุ
ชื่อเมือง ชื่อประเทศ หรือ ชื่อบุคคล จึงควรใช้อักษรตัวแรกเป็นตัวใหญ่เช่น Bangkok
· อย่าใช้คำเดิมซ้ำกันเกิน 3
ครั้งเพราะเครื่องมือจะลบเว็บไซต์ออกจากฐานข้อมูล
หากจำเป็นให้คั่นด้วยคำสำคัญตัวอื่น
http://lib20.kku.ac.th/infoliteracy/opac_keyword.htm
ได้รวบรวมไว้ว่า คำสำคัญ หมายถึง
คำที่กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้แทนเนื้อหาของหนังสือ ซึ่งต้องเป็นคำที่สั้นกระทัดรัด
ได้ใจความ มีความ เป็นคำนามหรือเป็นศัพท์เฉพาะ ซึ่งการค้นหาด้วยคำสำคัญ หรือ Keyword
นี้ จะเป็นการค้นหาคำที่ปรากฏอยู่ในชื่อเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นบริเวณต้นเรื่อง กลางเรื่องหรือท้ายเรื่อง (ทั้งนี้ยกเว้นคำบางคำ เช่น
เป็น, ที่, ซึ่ง,อัน,and,
from, the, this, what ฯลฯ)ซึ่งการค้นแบบนี้
เหมาะสำหรับใช้ในกรณีที่ไม่ทราบชื่อหนังสือที่แน่ชัด
หรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับหัวเรื่อง
http://cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm#06-6ได้รวบรวมไว้ว่า ศัพท์ดรรชนี หรือคำสำคัญ คือ คำที่แสดงเนื้อหาของวิทยานิพนธ์
ถือได้ว่าเป็นคำหลัก ที่จะช่วยในการ สืบค้นเข้าถึงวิทยานิพนธ์เรื่องนั้น
ในการเขียน โครงร่างวิทยานิพนธ์ นิสิตจะต้องคิดคำสำคัญประมาณ 2-3 คำ แต่ละคำ มีกี่ตัวอักษรก็ได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 75 ตัวอักษร เทคนิคการสร้างคำสำคัญที่ง่ายที่สุด
คือ ให้ดึงคำ หรือแนวคิด ที่ปรากฏในชื่อวิทยานิพนธ์ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
เมื่อนิสิตกำหนดชื่อวิทยานิพนธ์ ชื่อควรประกอบด้วย คำสำคัญ ครอบคลุม
สะท้อนเนื้อหาของวิทยานิพนธ์ คำนาม คำคุณศัพท์
หมายเลขเครื่องมือ ชื่อเฉพาะ สามารถนำมาเป็นคำสำคัญได้ ในขณะที่ควรหลีกเลี่ยง
คำศัพท์สามัญ ที่คุณค่าในการสืบค้นน้อย เช่นคำว่า วิธีการ ปัญหา ลักษณะ สภาพ
ความแตกต่าง ระบบ เป็นต้น
สรุป
คำสำคัญ หมายถึง คำที่กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้แทนเนื้อหาของหนังสือ ซึ่งต้องเป็นคำที่สั้นกระทัดรัด ได้ใจความ มีความ เป็นคำนามหรือเป็นศัพท์เฉพาะ ซึ่งการค้นหาด้วยคำสำคัญ หรือ Keyword นี้ จะเป็นการค้นหาคำที่ปรากฏอยู่ในชื่อเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นบริเวณต้นเรื่อง กลางเรื่องหรือท้ายเรื่อง (ทั้งนี้ยกเว้นคำบางคำ ) คำที่แสดงเนื้อหาของวิทยานิพนธ์ ถือได้ว่าเป็นคำหลัก ที่จะช่วยในการ สืบค้นเข้าถึงวิทยานิพนธ์เรื่องนั้น ในการเขียน โครงร่างวิทยานิพนธ์ นิสิตจะต้องคิดคำสำคัญประมาณ 2-3 คำ แต่ละคำ มีกี่ตัวอักษรก็ได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 75 ตัวอักษร เทคนิคการสร้างคำสำคัญที่ง่ายที่สุด คือ ให้ดึงคำ หรือแนวคิด ที่ปรากฏในชื่อวิทยานิพนธ์ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เมื่อนิสิตกำหนดชื่อวิทยานิพนธ์ ชื่อควรประกอบด้วย คำสำคัญ ครอบคลุม สะท้อนเนื้อหาของวิทยานิพนธ์ คำนาม คำคุณศัพท์ หมายเลขเครื่องมือ ชื่อเฉพาะ สามารถนำมาเป็นคำสำคัญได้ ในขณะที่ควรหลีกเลี่ยง คำศัพท์สามัญ ที่คุณค่าในการสืบค้นน้อย เช่นคำว่า วิธีการ ปัญหา ลักษณะ สภาพ ความแตกต่าง ระบบ
ความยาวของคำสำคัญเมื่อรวมกับเครื่องหมายจุลภาค(,)และช่องว่างแล้วไม่ควรมากกว่า 1,000 ตัวอักษร โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 3 ถึง 6 คำ ตัวอย่างคำแนะนำการหาคำสำคัญในเว็บไซต์มีดังนี้
· ให้ใช้คำที่คิดว่าผู้อ่านจะเลือกเป็นคำสำหรับค้นหา
· ควรครอบคลุมทั้งคำที่ใช้กันทั่วไป เช่น resaerch และคำศัพท์เฉพาะสาขาวิชาการ เช่น inbreeding
· ในภาษาอังกฤษควรให้อยู่ในรูปพหูพจน์(เติม s) เพราะจะครอบคลุมทั้งเมื่อผู้ค้นหาใช้คำเอกพจน์และพหูพจน์
· ใช้เป็นกลุ่มคำ เช่น animal breeding หรือ animal nutrition มากกว่าคำเดี่ยว เช่น breeding
· ให้คำที่มีความสำคัญมากที่สุดอยู่ข้างหน้า เพราะเครื่องมือบางชนิดจะให้ความสำคัญแก่คำที่เจอก่อน
· ในภาษาอังกฤษ บางเครื่องมือจะจำแนกอักษรตัวเล็กใหญ่ตามที่ผู้สืบค้นระบุ ชื่อเมือง ชื่อประเทศ หรือ ชื่อบุคคล จึงควรใช้อักษรตัวแรกเป็นตัวใหญ่เช่น Bangkok
· อย่าใช้คำเดิมซ้ำกันเกิน 3 ครั้งเพราะเครื่องมือจะลบเว็บไซต์ออกจากฐานข้อมูล หากจำเป็นให้คั่นด้วยคำสำคัญตัวอื่น
อ้างอิง
http://www.dld.go.th/expert/knowledge/Research_Writing.htm สืบค้นเมื่อ 3 มกราคม 2556
http://lib20.kku.ac.th/infoliteracy/opac_keyword.htm สืบค้นเมื่อ 3 มกราคม 2556
http://cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re12.htm#06-6 สืบค้นเมื่อ 3 มกราคม 2556
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น