วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

12.ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)


           พิชิต ฤทธิ์จรูญ(2547:153) กล่าวว่า ระเบียบวิธีวิจัยเป็นวิธีการที่ใช้สืบแสะหาความรู้ความจริง ซึ่งมีรูปแบบในการหาความรู้ ความจริงต่างๆกันหลายรูปแบบ ผู้วิจัยควรจะเลือกใช้ให้เหมาะกับจุดมุ่งหมายของการวิจัยหรือธรรมชาติของสิ่งที่จะศึกษา

            รัตนะ บัวสนธ์(2551) กล่าวว่า ระเบียบวิธีวิจัย หมายถึง กระบวนทัศน์ (Paradigm) ทฤษฎี หลักการ และกระบวนการดำเนินงานทุกขั้นตอน จึงครอบคลุมไปถึงวิธีการและเทคนิคของการวิจัยด้วย ซึ่งวิธีการและเทคนิคของการวิจัยเป็นเรื่องของกาทำกิจกรรมขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการวิจัยเท่านั้น

            http://btananuwat.tripod.com ได้รวบรวมและกล่าวถึงรูปแบบการวิจัย ไว้ว่า รูปแบบของการวิจัยสามารถแยกออกได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้ 2 รูปแบบคือรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ และรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ สามารถจําแนกการวิจัยออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือการวิจัยเชิงพรรณนา และการวิจัยเชิงทดลอง
                1.  การวิจัยเชิงพรรณนา  (Descriptive research) จะมีรูปแบบของการวิจัยที่ไม่มีแบบแผนตายตัวทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการวิจัยนั้นๆ โดยการวิจัยประเภทนี้จะเป็นการค้นคว้าหาความจริงของสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อขจัดความไม่รู้ให้หมดไป ในการตอบปัญหานั้นการวิจัยประเภทนี้จะไมตอบปัญหาว่าทำไม แต่จะตอบปัญหาว่าอย่างไร โดยไม่มีการควบคุมตัวแปรหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องแต่อย่างไร
                2.  การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) เป็นการวิจัยที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทดสอบความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างตัวแปรลักษณะของการวิจัยเชิงทดลอง จะมีองค์ประกอบไปด้วย 3 ประการคือ มีการจัดกระทํา (Manipulation)  มีการควบคุม (Control)  มีการสังเกตและวัดผลที่เกิดขึ้น(Observation)

สรุป
     ระเบียบวิธีวิจัยเป็นวิธีการที่ใช้สืบแสะหาความรู้ความจริง ซึ่งมีรูปแบบในการหาความรู้ ความจริงต่างๆกันหลายรูปแบบ ผู้วิจัยควรจะเลือกใช้ให้เหมาะกับจุดมุ่งหมายของการวิจัยหรือธรรมชาติของสิ่งที่จะศึกษา  กระบวนทัศน์ (Paradigm) ทฤษฎี หลักการ และกระบวนการดำเนินงานทุกขั้นตอน จึงครอบคลุมไปถึงวิธีการและเทคนิคของการวิจัยด้วย ซึ่งวิธีการและเทคนิคของการวิจัยเป็นเรื่องของกาทำกิจกรรมขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการวิจัยเท่านั้น  รูปแบบของการวิจัยสามารถแยกออกได้เป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้ 2 รูปแบบคือรูปแบบการวิจัยเชิงคุณภาพ และรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งรูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ สามารถจําแนกการวิจัยออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือการวิจัยเชิงพรรณนา และการวิจัยเชิงทดลอง
                1.  การวิจัยเชิงพรรณนา  (Descriptive research) จะมีรูปแบบของการวิจัยที่ไม่มีแบบแผนตายตัวทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการวิจัยนั้นๆ โดยการวิจัยประเภทนี้จะเป็นการค้นคว้าหาความจริงของสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อขจัดความไม่รู้ให้หมดไป ในการตอบปัญหานั้นการวิจัยประเภทนี้จะไมตอบปัญหาว่าทำไม แต่จะตอบปัญหาว่าอย่างไร โดยไม่มีการควบคุมตัวแปรหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องแต่อย่างไร
                2.  การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) เป็นการวิจัยที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทดสอบความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างตัวแปรลักษณะของการวิจัยเชิงทดลอง จะมีองค์ประกอบไปด้วย 3 ประการคือ มีการจัดกระทํา (Manipulation)  มีการควบคุม (Control)  มีการสังเกตและวัดผลที่เกิดขึ้น(Observation)


 อ้างอิง
      พิชิต ฤทธิ์จรูญ.(2547).ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์.(พิมพ์ครั้งที่ 1).กรุงเทพฯ:เฮ้าส์ออฟ เคอร์มีสท์.
      รัตนะ บัวสนธ์. (2551). ปรัชญาวิจัย (Philosophy of Research). กรุงเทพฯ:
                   สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.      
     http://btananuwat.tripod.com     สืบค้นมื่อ  3 มกราคม  2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น